กรมอนามัย แนะ 8 วิธีกินอย่างปลอดภัย ป้องกันอาหารติดคอ

กรมอนามัย  แนะนำ 8 วิธีกินอย่างปลอดภัย ป้องกันอาหารติดคอ หากเกิดเหตุการณ์ให้รีบปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ได้กล่าวว่า จากกรณีเน็ตไอดอลชื่อดังประสบเหตุการณ์เศษอาหารติดหลอดลม ส่งผลให้ขาดอากาศหายใจ จนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา เป็นเวลานานกว่า 3 เดือน ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์สิ่งแปลกปลอมที่อุดกั้นทางเดินหายใจ เกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก เช่น กระดุม เหรียญ น็อต ลูกอม ติดคอ สำหรับในกลุ่มผู้ใหญ่มักเกิดจากการกินอาหารชิ้นใหญ่ หรือเคี้ยวไม่ละเอียด จึงเกิดอาหารติดคอ และปิดกั้นหลอดลม จนขาดอากาศหายใจได้ เมื่อพบเด็กหรือผู้ใหญ่มีอาการสำลัก หรือสิ่งแปลกปลอมติดคอ ถ้ายังไอแรง ๆ ได้ พูดได้ และหายใจเป็นปกติ ไม่ต้องทำอะไร แต่ควรรีบนำผู้ป่วยไปหาหมอทันที อย่าพยายามใช้นิ้วล้วงคอ เพื่อเอาสิ่งแปลกปลอมออกเพราะอาจดันสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดกั้นทางเดินหายใจ จนเกิดอันตรายได้ ส่วนกรณีรุนแรง หายใจไม่ได้ ไอไม่ได้ หรือผู้ป่วยหมดสติ ให้แจ้ง 1669 และรีบปฐมพยาบาล โดยให้ผู้ช่วยปฐมพยาบาลยืนด้านหลังผู้ป่วยโอบรอบใต้รักแร้ มือข้างหนึ่งกำ โดยหันกำปั้นด้านนิ้วหัวแม่มือเข้าไปด้านในหน้าท้องผู้ป่วย แล้ววางไว้ เหนือบริเวณสะดือแต่ใต้ลิ้นปี่ มืออีกข้างโอบกำปั้นไว้ และรัดกระตุกที่หน้าท้องขึ้นและเข้าพร้อม ๆ กัน …

รวมประโยชน์ของ “เสาวรส” สุดยอดผลไม้ ประโยชน์ดีๆต่อร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม !

รวมคุณประโยชน์ของ “เสาวรส” สุดยอดผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ช่วยรักษาและต้านทานโรคต่างๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ ! “เสาวรส” เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่มีต้นกำเนิดในแถบทวีปอเมริกาใต้ ผลมีลักษณะกลม มีหลายสีแล้วแต่สายพันธุ์ เช่น สีม่วง สีเหลือง สีส้ม มีรสชาติเปรี้ยว หากได้ลองทานจะรู้สึกสดชื่นทันที แต่ถ้าหากใครที่อยากทานให้ง่ายขึ้น เพียงแค่เติมน้ำตาลและโรยเกลือเล็กน้อย ก็จะได้เมนูอาหารเพื่อสุขภาพอีกหนึ่งเมนู สำหรับผลไม้ชนิดนี้ กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมาก ในส่วนของประโยชน์และสรรพคุณนั้น อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆหลายชนิด และมีใยอาหารในปริมาณสูงรวมอยู่ด้วย เป็นผลไม้ที่นิยมนำมาทานสดๆ แต่ห้ามทานในส่วนของต้นสดเด็ดขาด เพราะมีสารพิษอันตราย อาจะทำให้เสียชีวิตได้ 1. บำรุงสายตา เป็นผลไม้ที่มีสารฟลาโวนอยด์ที่มีเบต้าแคโรธีนรวมอยู่ด้วย แถมเสาวรสยังมีวิตามินเอ จะช่วยในการกำจัดอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการของความหย่อนยานให้กับผิวพรรณ รวมไปถึงยังมีคุณสมบัติช่วยบำรุงสายตาและป้องกันเซลล์ที่ได้ถูกทำลายได้อีกด้วย หากต้องการอยากจะบำรุงสายตาก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่หันมารับประทานเสาวรสอย่างเป็นประจำ รับรองเลยว่าคุณจะได้บำรุงสายตากันแบบสุด ๆ ไปเลย 2. ช่วยทำให้ขับถ่ายได้ดียิ่งขึ้น การจินตนาการถึงรสชาติของเสาวรส ผลไม้ที่ดูแปลกตาแต่ทุกคนเลือกที่จะจดจำ บางคนจินตนาการว่าเสาวรสเป็นผลไม้ที่มีรสชาติแปลกและไม่อร่อย แต่จริง ๆ แล้วเราสามารถทำให้เสาวรสอร่อยได้เช่นกัน แต่ในเรื่องของรสชาติคงไม่สำคัญเท่ากับประโยชน์ที่เราจะได้รับจากผลไม้ชนิดนี้อย่างแน่นอน และอีกหนึ่งคุณประโยชน์ของผลไม้ชนิดนี้ นั่นก็คือ ช่วยทำให้ขับถ่ายได้ดียิ่งขึ้น เพราะเสาวรสได้รวบรวมไฟเบอร์ไว้เยอะมาก นอกจากจะช่วยในเรื่องในการขับถ่ายกันแล้ว ยังทำให้เรารู้สึกอิ่มท้องได้นาน จากกากใยที่มีจำนวนมากนั่นเอง สำหรับใครที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักคงไม่พลาดอย่างแน่นอน 3. …

4 เคล็ดลับสุขภาพ ห่างไกลจากภาวะคอเลสเตอรอลสูง ! เปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้ไม่ยาก

การทานอาหารในแต่ละวัน เรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สุขภาพแข็งแรงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอาหารที่ได้รับประทานเข้าไปโดยตรง ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นสาเหตุของการเกิดคอเลสเตอรอลสูงตามมา เพราะฉะนั้นหากใครที่มีความต้องการอยากจะอยู่ห่างจากสภาวะนี้ ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิต วันนี้ทางเรามีเคล็ดลับที่จะทำให้คุณห่างไกลจากสภาวะคอเลสเตอรอลสูงมาฝาก 1.ควรออกกำลังกายเป็นประจำ การรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ นับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เราจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ ให้เหมาะสม เพื่อที่จะควบคุมคอเลสเตอรอลให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารประเภทผักและผลไม้ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวช่วยที่ดีอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะการออกกำลังกายนั้นจะช่วยทำให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรง และยังเป็นวิธีที่จะช่วยทำให้ลดไขมันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 2.ผักและผลไม้ การรับประทานผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายนับได้ว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องเน้นย้ำอยู่เสมอ แถมผักและผลไม้หลายชนิดยังสามารถควบคุมคอเลสเตอรอลสูงได้เป็นดี เพราะในผักและผลไม้ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุชนิดต่าง ๆ ที่อย่างมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่จะเป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้แล้วทำให้คุณไม่เป็นโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย และยังช่วยทำให้สุขภาพดูดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ 3.ควรหลีกเลี่ยงน้ำอัดลม หากเราดื่มน้ำอัดลม ขนมเค้ก หรืออาหารประเภทอื่น ๆ ที่มีส่วนประกอบต่าง ๆ ของน้ำตาล เนย เป็นจำนวนจะส่งผลทำให้ร่างกายคอเลสเตอรอลสูงเกินไป ทำให้เกิดโรคชนิดต่าง ๆ ตามมา ทางที่ดีควรงดอาหารประเภทนี้จะดีที่สุด ไม่เช่นนั้นร่างกายของเราจะแย่ลงได้ในที่สุด 4.ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ใช้น้ำมัน น้ำมัน ที่เราทุกคนได้เลือกปรุงอาหารแต่ละเมนูนั้น จัดได้ว่าเป็นตัวการสำคัญที่จะส่งผลทำให้เราเข้าสู่สภาวะคอเลสเตอรอลสูงได้ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นสาว ๆ แต่ละคนที่มีความต้องการอยากจะควบคุมน้ำหนัก …

6 อาหารไขมันสูง ทานแล้วไม่อ้วน มีประโยชน์มากมาย แถมยังช่วยลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น

เรื่องลดน้ำหนักกับการอดอาหารมักเป็นของคู่กันเสมอ แต่ก็มีบางช่วงเวลาที่สาวๆ มักจะอดใจไม่ไหวกับอาหารที่ตัวเองชอบ งานนี้ต้องบอกเลยว่าสาวๆ ไม่ต้องอดอาหารเพื่อที่จะลดน้ำหนักอีกต่อไป เพราะยังคงมีอาหารไขมันสูงที่รับประทานแล้วไม่อ้วน ส่งผลทำให้ลดน้ำหนักได้ง่าย มาดูกันเลยว่าอาหารไขมันสูงทั้ง 6 อย่างมีอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย 1.ชีส ชีสเป็นอาหารไขมันสูงที่รับประทานแล้วไม่อ้วน ชีสเพียงแค่ 1 ชิ้นก็ทำให้มีไขมันเทียบกับไขมันในน้ำนมโค 1 แก้วเลยทีเดียว แต่ความเป็นจริงแล้ว ชีสกลับสามารถเป็นตัวช่วยที่ดีในการควบคุมน้ำหนักได้ และยังไม่ทำให้เราขาดสารอาหารอีกได้ เพราะการรับประทานชีสแต่ละครั้ง เราจะได้รับสารอาหารประเภทอื่น ๆ ที่ร่างกายควรจะได้รับด้วยเช่นกัน อย่างเช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 12 เป็นต้น 2.ถั่ว ถั่ว ถือได้ว่าเป็นอาหารที่เราคงจะเข้าใจกันว่าเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี แต่ความจริงแล้วยังเป็นอาหารไขมันสูง แต่จะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อสุขภาพ เพราะเป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่ช่วยในการบำรุง สำหรับใครที่ชอบรับประทานถั่วเป็นประจำย่อมจะมีความเสี่ยงต่ำกับการเป็นโรคอ้วนได้ โรคเบาหวาน และ โรคหัวใจ 3.อะโวคาโด อะโวคาโด ถือได้ว่าเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ประกอบไปด้วยไขมันร้อยละ 77 นับได้ว่าเป็นปริมาณที่สูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น แต่ไขมันมักจะพบอยู่ในอะโวคาโดที่เป็นกรดไขมันโอเลอิกที่ไม่อิ่มตัว ซึ่งกลายเป็นกรดไขมันที่ดีต่อสุขภาพ รับประทานแล้วไม่สะสมอยู่ในหน้าท้อง 4.ไข่ไก่เต็มฟอง ไข่ไก่ 1 ฟอง …

รวม 6 คุณประโยชน์ของน้ำมันมะกอก สรรพคุณมากมาย ดีต่อสุขภาพ

น้ำมันมะกอก สามารถนำไปทำอาหารได้ทั้งเมนูผัดและทอด หรือนำมาทำสลัดได้เช่นกัน ซึ่งการทำอาหารแต่ละอย่างนั้น จะต้องใช้น้ำมันมะกอกในปริมาณที่ต่างกัน ส่วนคุณประโยชน์นับได้ว่ามีมากมาย เนื่องจากเป็นน้ำมันที่สกัดจากธรรมชาติ ได้มาจากการสกัดของผลมะกอก จัดได้ว่าเป็นน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันดี และยังมีวิตามินชนิดต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในปัจจุบันนี้มีผู้คนทั่วไปนิยมนำมาบริโภคมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เพื่อให้รับประทานได้สบายใจ เรามารู้จักประโยชน์ต่างๆ ของน้ำมันมะกอกให้มากยิ่งขึ้น มีดังต่อไปนี้ 1. น้ำมันมะกอกช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าได้ มีการศึกษาออกมาว่า สารประกอบที่อยู่ในน้ำมันมะกอก อย่าง เวอร์จิน มีส่วนช่วยในการเรื่องการป้องกันทางด้านระบบประสาท และมีประโยชน์ในการรักษาโรคซึมเศร้าได้ รวมไปถึงโรควิตกกังวลนั่นเอง นอกจากนี้แล้วยังได้วิจัยออกมาว่า ผู้ที่รับประทานอาหารไขมันทรานส์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นไขมันตัวร้ายจากการรับประทานอาหารเบเกอรี่ หรือฟาสต์ฟู้ด เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้มากที่สุด 2. มีประโยชน์ต่อตับ กรดไขมันไม่อิ่มตัว บวกกับสารฟินอลิกที่มีอยู่ในน้ำมันพืช ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยในการป้องกันการอักเสบเซลล์ และช่วยในการป้องกันในภาวะเครียด แถมป้องกันภาวะการดื้อของอินซูลินที่กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงทำร้ายตับ ดังนั้น ใครที่อยากจะมีสุขภาพแข็งแรงก็ควรที่จะรับประทานอย่างเป็นประจำ 3. ลดน้ำหนักลงได้ การบริโภคน้ำมันมะกอก ไม่ได้ส่งผลทำให้คุณน้ำหนักขึ้นแต่อย่างใด ในทางกลับกันอาจจะช่วยควบคุมน้ำหนักได้ทดแทน เพราะน้ำมันอุดมไปด้วยไขมันชนิดดี และยังมีสารที่สำคัญในการลดน้ำหนัก อย่างเช่น เมดิเตอร์เรเนียน อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นฮอร์โมน Adiponectin ซึ่งจะคอยทำหน้าที่ช่วยกำจัดไขมันที่มีอยู่ภายในร่างกายได้เป็นอย่างมาก 4. มีสารต่อต้านการอักเสบที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง สารต่อต้านการอักเสบที่มีชื่อว่า Oleocanthal ซึ่งเป็นสารอนุมูอิสระที่พบในน้ำมันมะกอก เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิน โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ประเมินออกมาว่า มีความบริสุทธิ์ปริมาณ 3.4 …

ภัยร้ายใกล้ตัว ! ค่าฝุ่น PM 2.5 สูง กระทบต่อสุขภาพร่างกายระยะยาว เกิดความผิดปกติในระบบต่างๆ

เตือนประชาชนเตรียมรับมือปริมาณ ฝุ่น PM2.5 สูง เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ในปริมาณมากอาจทำร่างกายอักเสบส่งผลให้เกิดความผิดปกติในระบบต่างๆ แนะติดตามข่าวสภาพอากาศ และมลภาวะจากแอปพลิเคชัน Air4thai งดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่น สวมหน้ากากป้องกันตนเองก่อนออกจากบ้าน ในช่วงที่อากาศหนาว มีความกดอากาศปกคลุมพื้นที่ กั้นฝุ่นไว้ไม่ให้ลอยตัวสูงขึ้น ฝุ่นควันจึงถูกกักสะสมเป็นปริมาณมากในพื้นที่ ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในบางพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังคุณภาพอากาศที่อาจมีผลต่อ สุขภาพ เมื่อเรารับสัมผัสฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เข้าสู่ร่างกายทางระบบหายใจ เนื่องจากขนาดของฝุ่น PM2.5 เล็กมากสามารถลงไปถึงถุงลมปอดและอาจมีบางส่วนที่สามารถผ่านเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตได้ โดยทั่วไปร่างกายของมนุษย์จะรับรู้ได้ว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย และจะก่อสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ (Inflammation) รวมถึงอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายขึ้น ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของระบบต่างๆ ได้แก่ ระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาทและสมอง อย่างไรก็ตามความเสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบต่อ สุขภาพ จะสูงขึ้น ในบุคคลบางกลุ่ม ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง ซึ่งเสี่ยงต่อการสัมผัสมลพิษทางอากาศ เช่น ตำรวจจราจร พนักงานทำความสะอาดถนน คนขับรถรับจ้างประเภทสามล้อเครื่อง คนขับรถจักรยานยนต์ และ แม่ค้าหาบเร่แผงลอย เป็นต้น จึงขอแนะนำประชาชนให้ปฏิบัติตน …

9 สมุนไพร ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ ไอ และขับเสมหะ ปลอดภัย ได้ผลจริง

อากาศในช่วงนี้ค่อนข้างที่จะเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้คนป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ เป็นไข้หวัด น้ำมูกไหล แต่อาการที่เราเป็นและสร้างความรำคาญได้ นั่นก็คือ อาการไอ ซึ่งมักจะมาพร้อมกับเสมหะ หรือกระทั่งคนที่ไอแห้งๆ แม้ว่าจะอมยาเพื่อช่วยให้รู้สึกชุ่มคอก็ยังไม่หายได้ง่ายๆ บางคนมีอาการไอหนักแต่รู้สึกไม่อยากรับประทานยาแผนปัจจุบัน เนื่องจากกลัวจะเพิ่มภาระให้กับไต วันนี้ทางเราจึงอยากจะนำเสนอ สมุนไพรแก้ไอ แถมยังเป็นยาแก้ไอที่ดีอีกด้วย ไปดูกันเลยว่า จะมีสมุนไพรชนิดไหนกันบ้าง ?  1. มะนาว มะนาว จะมีฤทธิ์เป็นกรด มีรสเปรี้ยว จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบในลำคอได้ โดยสมุนไพรไทยตามตำรับยาไทยนั้น จะนิยมนำมะนาวมาคั้นจากผลสด ๆ ผสมกับเกลือเพียงเล็กน้อย เติมน้ำอุ่น ๆ อีกสักหน่อย แล้วจิบแก้ไอ นอกจากนี้แล้วยังใช้ผลมะนาวแห้ง ๆ นำไปดอง แล้วจิบน้ำมะนาวดองเป็นยา เพื่อขับเสมหะพร้อมทั้งแก้ไอได้นั่นเอง 2. มะขาม มะขาม มีส่วนประกอบที่สำคัญ ก็คือ กรดทาร์ทาริก ที่มีการออกฤทธิ์เพื่อช่วยบรรเทาอาการไอ แก้อักเสบ โดยจะมีวิธีใช้เพียงแค่นำฝักแก่ ๆ ของมะขามเปียกมาจิ้มเกลือและรับประทาน หรือนำมะขามเปียกมาต้มกับน้ำตาลและเกลือเพียงเล็กน้อย จะได้ยาขับเสมหะที่มีรสกลมกล่อม เนื่องจากมะขามเปียกจะมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ จึงไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ถ่ายท้องแทน 3. กระเทียม …

4 ผลไม้ที่พนักงานออฟฟิศคู่ควร อิ่มท้องนาน กินลดน้ำหนัก ได้ผล !

สำหรับสาวๆ ออฟฟิศส่วนใหญ่ที่อยากจะหันมารัก สุขภาพ ดูบ้างนั้น อาจจะเกิดความกังวลใจว่าไม่มีเวลาที่จะออกกำลังกาย ส่งผลทำให้น้ำหนักขึ้นได้แบบไม่ทันตั้งตัว แต่สาวๆ ก็ยังคงมีตัวช่วยดีๆ นั่นก็คือ ผลไม้ลดน้ำหนัก หากสาวๆ เลือกที่จะรับประทานผลไม้ได้อย่างถูกหลัก นับได้ว่าเป็นทางออกที่ดีไม่ใช่น้อย แถมผลไม้ก็มีหลากหลายชนิดให้ได้เลือกรับประทาน ที่สำคัญควรซื้อแต่พอทานเท่านั้น จะเห็นได้ว่าการรับประทานในรูปแบบนี้จะเหมาะสมสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา ส่วนผลไม้ชนิดไหนบ้างที่ช่วย ลดน้ำหนัก ได้จริง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ 1.แอปเปิ้ล แอปเปิ้ล จัดได้ว่าเป็นผลไม้ที่คนไทยต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องของรสชาติที่หอมและอร่อย แถมเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย ๆ สาว ๆ ส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะรับประทานแอปเปิ้ลเพื่อลดน้ำหนักกันเสียส่วนมาก เพราะแอปเปิลอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารพร้อมทั้งวิตามินและเกลือแร่ ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้อิ่มได้นาน ส่งผลทำให้ไม่หิวง่ายและไม่อยากอาหารบ่อยจนเกินไป อีกทั้งแอปเปิ้ลยังมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ แถมมีแค่ 60 แคลอรี ถือได้ว่าเป็นผลไม้ที่เยี่ยมมาก ๆ และควรหาซื้อเพื่อนำมารับประทาน เพราะจัดได้ว่าเป็นผลไม้ลดน้ำหนักที่สร้างผลลัพธ์ที่ดีจริงนั่นเอง 2.ฝรั่ง ผลไม้ลดน้ำหนัก อย่าง ฝรั่ง จัดได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีส่วนช่วยในการลดสลายตัวของกลุ่มแป้ง และยังมีส่วนช่วยทำให้ร่างกายได้ดูดซึมน้ำตาลเพื่อให้ร่างกายสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งน้ำตาลที่มีอยู่ในฝรั่งก็จัดได้ว่าน้อยมาก ๆ ฝรั่งผลใหญ่ประกอบไปด้วยน้ำตาลแค่ 3 ช้อนชา หากฝรั่งแค่ครึ่งลูกจะมีแคลอรีแค่ 60 แคลอรีเท่านั้น ส่งผลทำให้สาว ๆ ที่ต้องการอยากจะลดน้ำหนัก สามารถรับประทานฝรั่งเพื่อทำการควบคุมน้ำหนักได้โดยตรงนั่นเอง 3.แตงโม …

ไขข้อสงสัย ! อาบน้ำแบบไหนดีต่อสุขภาพผิวมากกว่ากัน ?

การอาบน้ำ ไม่ใช่แค่การชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกายเท่านั้น แต่ยังช่วยคืนความสดชื่นให้กับร่างกายและสมอง รวมทั้งน้ำยังช่วยดูแลผิวให้ สุขภาพ ดีได้ด้วย การอาบน้ำ ในอุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การอาบน้ำในอุณหภูมิที่ต่างกันจะให้ผลดีกับผิวต่างกันอย่างไร และอุณหภูมิน้ำแบบไหนที่ดีกับผิวเราบ้าง ? น้ำร้อน การอาบน้ำร้อน จะต้องมีอุณหภูมิประมาณ 37-42 องศาเซลเซียส (ไม่ควรเกิด 42 องศาเซลเซียส) อุณหภูมิระดับนี้จะทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ทำให้ร่างกายตื่นตัว แต่ไม่ควรอาบหรือแช่น้ำร้อนเกิน 15 นาที เพราะอาจทำให้ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป จนหน้ามืด เป็นลมได้ นอกจากนี้ยังทำให้ผิวแห้ง มีผื่นขึ้น ผิวเหี่ยว หรืออาจทำให้เลือดคั่ง ประสาทอ่อนล้า กระวนกระวาย ง่วง เมื่ออาบน้ำร้อนเสร็จควรอาบน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขนหรือจะทาครีมบำรุงผิวเติมความชุ่มชื่นให้กับผิว เพื่อไม่ให้ผิวแห้งจนเกินไป  น้ำอุ่น อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการอาบน้ำอุ่นอยู่ที่ 27-37 องศาเซลเซียส จะช่วยให้ผิวขับของเสียที่คั่งค้างออกมาได้มากขึ้น ทำให้รู้สึกสบายตัว ช่วยลดอาการมือเท้าเย็น บวม เส้นเลือดขอด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยลดความเครียดได้ การแช่น้ำอุ่นเหมาะสำหรับคนที่นอนไม่หลับ เพราะน้ำอุ่นจะไปเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายทำให้รู้สึกสบายตัว หลับได้ง่ายและนานขึ้น น้ำอุ่นอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียสจะเป็นความร้อนระดับเดียวกับอุณหภูมิในร่างกาย โดยให้สังเกตุว่าเมื่ออาบน้ำแล้วจะสบายตัว แม้จะอาบน้ำแช่นานๆ …

แนะ..กลับถึงบ้านรีบอาบน้ำทันที โควิด-19 เราต้องรอด !

ในช่วงที่ยังมีการระบาดของ โควิด-19 เมื่อกลับถึงบ้านแล้วควรรีบ ล้างมือ อาบน้ำ และเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ทันที เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของ โควิด-19 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 โอมิครอนที่กำลังแพร่ระบาดในต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาด ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของ โควิด-19 คือ การเร่งฉีดวัคซีน และประชาชนควรให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามมาตรการ Universal Prevention การสำรวจการป้องกันตัว และความคิดเห็นของประชาชนในการแพร่ระบาดของ โรค โควิด-19 ในช่วงเดือนเม.ย. 64 กับการใช้ชีวิตปกติด้วยวิถีใหม่ จำนวน 7,891 คน พบว่า ประชาชนเมื่อกลับมาถึงบ้าน รีบ ล้างมือ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าทันที ทำบางครั้งมากที่สุด 49.5% รองลงมา คือ ทำทุกครั้ง 46.3% และไม่ได้ทำเลย 4.2% จากพฤติกรรมดังกล่าว พบว่า ประชาชนมีพฤติกรรมเมื่อกลับบ้าน รีบ ล้างมือ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีทำเป็นบางครั้ง ยังคงเป็นพฤติกรรมที่ประชาชนไม่ได้มีการปฏิบัติทุกครั้ง ซึ่งมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ โควิด-19 ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ควรทำความสะอาดร่างกาย รีบ ล้างมือ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน …